ChatGPTImageDec23,2025,084047AM

แต่ใช้ “ความเชื่อใจของคนในองค์กร” เป็นช่องทางโจมตี

ในอดีต เมื่อพูดถึงการโจมตีทางไซเบอร์ หลายคนมักนึกถึงภาพของแฮกเกอร์ที่นั่งพิมพ์โค้ด เจาะระบบ ใช้มัลแวร์ หรืออาศัยช่องโหว่ทางเทคนิคขั้นสูง
แต่ในความเป็นจริงของโลกธุรกิจวันนี้ การโจมตีจำนวนมากกลับไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีซับซ้อนเลย

สิ่งที่แฮกเกอร์เลือกใช้คือ มนุษย์

เพราะไม่ว่าระบบจะปลอดภัยเพียงใด
หากคนในองค์กร “ตัดสินใจผิด” เพียงครั้งเดียว
ข้อมูลสำคัญก็สามารถหลุดออกไปได้ทันที

ภัยไซเบอร์ยุคใหม่ จากการแฮกระบบ สู่การหลอกลวงคน

การโจมตีรูปแบบนี้เรียกว่า Social Engineering
ซึ่งเป็นการใช้จิตวิทยาและความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์
เพื่อหลอกให้เหยื่อทำสิ่งที่ผู้โจมตีต้องการด้วยความสมัครใจ

แทนที่จะเจาะระบบ
แฮกเกอร์จะเลือก

  • สร้างตัวตนที่ “ดูน่าเชื่อถือ”

  • ใช้คำพูดหรือเอกสารที่ดูเป็นทางการ

  • อ้างสถานการณ์เร่งด่วน

  • ทำให้เหยื่อรู้สึกว่า “ต้องรีบช่วย” หรือ “ไม่ควรถามมาก”

ผลลัพธ์คือ พนักงานในองค์กรกลายเป็นคนที่ส่งข้อมูลออกไปเอง
โดยเชื่อว่ากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง

จุดอ่อนที่แท้จริง กระบวนการและการตัดสินใจของคน

หลายองค์กรออกแบบกระบวนการทำงานโดยให้ความสำคัญกับ

  • ความรวดเร็ว

  • การให้ความร่วมมือ

  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในเชิงธุรกิจ
แต่เมื่อถูกใช้ร่วมกับคำขอที่ “ดูเป็นทางการและเร่งด่วน”
สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นช่องโหว่โดยไม่รู้ตัว

แล้วธุรกิจในประเทศไทยล่ะ?

หลายองค์กรไทยยังมีความเข้าใจผิดว่า

“เรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดกับเรา”

แต่ในมุมของแฮกเกอร์
สิ่งที่พวกเขามองหาไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่ที่สุด
แต่คือบริษัทที่ ยังไม่มีการเตรียมคนให้รู้ทัน

คำถามสำคัญที่ธุรกิจไทยควรถามตัวเองคือ

  • หากพนักงานได้รับอีเมลอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ควรทำอย่างไร?

  • ใครเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการให้ข้อมูล?

  • มีขั้นตอนตรวจสอบซ้ำหรือไม่?

  • พนักงานเคยถูกฝึกหรือทดสอบสถานการณ์จริงหรือยัง?

หากคำตอบยังไม่ชัดเจน
นั่นหมายความว่าองค์กรยังมีความเสี่ยงอยู่

ทำไม “การอบรมทั่วไป” อาจไม่เพียงพอ

หลายองค์กรเคยจัดอบรม Cybersecurity
แต่ยังคงเกิดเหตุพนักงานคลิกลิงก์ผิด หรือให้ข้อมูลกับผู้ไม่หวังดี

สาเหตุไม่ใช่เพราะพนักงานไม่ตั้งใจ
แต่เพราะการอบรมแบบเดิมมักเป็น

  • การฟังบรรยาย

  • การอ่านเอกสาร

  • การสอบผ่านตามหลักสูตร

ซึ่งไม่สะท้อนพฤติกรรมจริงในสถานการณ์กดดัน

บทบาทของ KnowBe4 ในการลด Human Risk

KnowBe4 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง
โดยมุ่งเน้นที่ Human Risk Management

แทนที่จะสอนเพียงทฤษฎี
KnowBe4 ช่วยให้องค์กร

  • ทดสอบพฤติกรรมจริงของพนักงานด้วย Phishing Simulation

  • จำลองสถานการณ์ที่ใกล้เคียงเหตุการณ์จริง

  • วัดความเสี่ยงจากพฤติกรรม ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ

  • สร้างการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ

เป้าหมายไม่ใช่การทำให้พนักงาน “ไม่พลาดเลย”
แต่ทำให้พนักงาน

  • รู้ทันเร็วขึ้น

  • ตั้งคำถามมากขึ้น

  • รายงานเหตุผิดปกติได้เร็วขึ้น

ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.techhub.in.th/doxing-as-a-service-charter-communications/